เนื้อหา : บทความสาระน่ารู้
หมวดหมู่ : บทความทั่วไป
หัวข้อเรื่อง : บ้านครู : ศูนย์การเรียนรู้ที่แท้จริง

จันทร์ ที่ 23 เดือน มกราคม พ.ศ.2560

คะแนน vote : 1  

 
 บ้านครู : ศูนย์การเรียนรู้ที่แท้จริง

                                                                                                                                                โดย ปัณณพงศ์  ท้าวอาจ

 

                บ้านครู ที่ว่านี้ไม่ใช่บ้านครู อาจารย์ หรือบ้านบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือชื่อใดชื่อหนึ่ง แต่บ้านครูในที่นี้ผู้เขียนหมายถึง บ้านที่เปรียบเสมือนครูเรา สามารถศึกษาวิถีชีวิตของคนเราได้เป็นอย่างดีไปตลอดชีวิต ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าปฏิบัติธรรม ร่วมกับคณะผู้บริหาร  กศน. เมื่อไม่นานมานี้ ณ จังหวัดนครราชสีมา ได้รับฟังแนวคิดและหลักการจัดการศึกษา จากท่านพระอาจารย์ทีมวิทยากรว่าบ้านหรือครอบครัวถือว่าเป็นสถาบันที่สำคัญยิ่งในการให้การศึกษาและเป็นสถานที่บ่มเพาะนิสัย สร้างวินัยและคุณธรรมแก่สมาชิกในครอบครัว  จึงทำให้ผู้เขียนเกิดแนวคิดและแนวทางดำเนินการในการจัดการศึกษาภายใต้วิธีการที่ว่า ไม่มีใครที่จะสอนหรือให้กระบวนการเรียนรู้ เข้าใจวิถีชีวิตของเขาเองได้ เท่ากับคนในครอบครัวเขาเองซึ่งสองคล้องกับทิศทางและหลักการของการจัดการศึกษาตลอดชีวิต พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติในอันที่จะส่งเสริมการมีส่วนร่วมของครอบครัว ชุมชน สถานประกอบการและสถาบันทางสังคม ในการจัดการศึกษาและเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ ด้านกระบวนการเรียนรู้เน้นการจัดเนื้อหาสาระกิจกรรมที่หลากหลาย สอดคล้องกับความสนใจความแตกต่างระหว่างบุคคล ฝึกกระบวนการคิดการฝึกปฏิบัติ การเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ให้คิดเป็น ทำเป็น เรียนรู้อย่างต่อเนื่องและพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพของตนเอง การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาและทุกสถานที่ โดยร่วมมือกับผู้ปกครองและชุมชน และปฏิรูปการเรียนการสอนตามมาตรา 22 ใน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติที่เน้นว่า การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด

                จริงอยู่สังคมมักจะคาดหวังในสถาบันการศึกษาหรือโรงเรียนให้เป็นเบ้าหล่อหลอมความสมบูรณ์แบบแก่คนเรา แต่อย่าลืมความเป็นจริงพื้นฐานหรือ โครงสร้างอันมั่นคงของความเป็นคนนั้นก่อตัวขึ้นที่บ้าน คนเราจะเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพมากน้อยเพียงใด  พ่อแม่”  หรือบ้าน คือด่านแรกที่จะแสดงบทบาทหน้าที่แห่งการสร้างสรรค์ที่สำคัญที่สุด ดังที่นักการศึกษาหลายท่านกล่าวไว้ว่า การปฏิรูปการศึกษาเริ่มต้นที่บ้านซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้องขอสนับสนุนเพราะว่าบ้านจะเป็นสถาบันที่นำพาผู้เรียนไปสู่การค้นพบศักยภาพที่แท้จริงของสมาชิกในครอบครัวของตนเอง ซึ่งต่างกับสถานศึกษา,โรงเรียนที่พยายามยัดเยียด หล่อหลอมให้ผู้เรียนคิดและแก้ปัญหาเหมือนๆ กันหรือใช้หลักสูตรเนื้อหาที่ตายตัว ซึ่งสมาชิกแต่ละคนในครอบครัว ครอบครัวแต่ละครอบครัว ชุมชนสังคมที่ต้องแตกต่างไปตามวัฒนธรรมประเพณีไม่ใช่จะต้องดำเนินชีวิตที่เหมือนกัน ดังนั้นปรัชญาการศึกษาตลอดชีวิตของมนุษย์ต้องพยายามมุ่งเน้นที่ต้องจัดการศึกษาเพื่อ ความสุขของผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง นั้นถูกต้องแล้วล่ะ

                บ้านหรือครอบครัวมีสุข ประกอบด้วยวิถีชีวิตที่มีความหลากหลายทางทางเลือก หลากหลายทางวัฒนธรรม ความเชื่อของครอบครัว ในความแตกต่าง ในพัฒนาการหรือศักยภาพของสมาชิกและครอบครัว   ทำไมการจัดการศึกษา จึงจะเป็นการส่งเสริมให้คนในครอบครัวได้มีโอกาสเลือกศึกษาชีวิตเพื่อเตรียมตัวหรือพัฒนาการมีชีวิตที่เป็นอยู่และในอนาคต ซึ่งจะต้องปรับเปลี่ยนไปอย่างมีความสอดคล้องกลมกลืนสมดุลกับสภาพสังคมที่แปรเปลี่ยนไปอย่างมีความสุขได้ ถ้าเช่นนั้นทำไมเราจึงไม่ให้คนในครอบครัว เขาสอนกันเอง  ผู้เขียนเห็นว่าเขาย่อมเข้าใจและรู้ว่าคนหรือสมาชิกในครอบครัวของเขาน่าจะได้เรียนรู้ ปรับปรุงพัฒนาจุดใดด้วยวิธีใด พวกเราซึ่งเป็นบุคคลภายนอกจะไปรู้ไปเข้าใจลึกซึ้งเข้ากับสมาชิกในครอบครัวของเขาย่อมไม่ได้  ยกตัวอย่างผู้เขียนได้ดำเนินการจัดการศึกษาแก่ผู้พิการโดยให้ครูอาสาฯ ครู กศน.ตำบล.ลงไปสอนคนพิการถึงบ้านปรากฏว่ามีเพียงไม่กี่รายเท่านั้นที่มีผลสำเร็จที่น่าพอใจ  ทำให้เราพบว่า ครูอาสาฯ ครู กศน.ตำบล ไม่สามารถไปสอนเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากจำกัดด้วยเหตุปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความพิการ,การสื่อสาร,สื่อ,กระบวนการถ่ายทอด และที่สำคัญการไม่ยอมรับจากคนภายในครอบครัวหรือจากผู้พิการโดยตรง เกิดการอับอาย ปกปิดตนเองไม่อยากให้คนสังคมภายนอกมารับรู้ความพิการของคนในครอบครัว แต่กับผู้พิการอีกหลายสิบรายรายซึ่งบุคคลในสมาชิกครอบครัวของเขาซึ่งมีศักยภาพพอในการสอนกันเอง เพียงแต่ครูเราเข้าไปส่งเสริมสนับสนุนและให้กำลังใจเต็มที่ ให้ครอบครัวเรียนรู้ด้วยตนเองได้ จะเห็นว่าบ้านคือศูนย์การเรียนรู้ที่แท้จริงดังที่ขึ้นเรื่องบทความไว้ตั้งแต่ต้น

                อีกมุมหนึ่งการเรียนรู้หนังสือในโรงเรียน สถาบันทางการศึกษามีความสัมพันธ์น้อยมากกับการที่จะนำไปใช้ในชีวิตจริงหลังจบไป  แล้วเราจะทำสถานศึกษา/โรงเรียนให้เสมือนบ้านอย่างไร? ถือว่าเป็นคำถามที่ท้าทาย  จะปรับบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการพัฒนาผู้เรียนเช่นไร? ซึ่งนักศึกษารุ่นใหม่มักจะกล่าวว่า เราต้องสร้างโรงเรียนให้เหมาะกับเด็ก ไม่ใช่สร้างเด็กให้เหมาะกับโรงเรียนก็ถูกต้องอีกนั้นแหละเพราะเป็นการจัดสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวยการเรียนรู้จริง จากเหตุการณ์จริง ประสบการณ์ตรงจะให้เหมือนกับบรรยากาศที่แท้จริงเป็นจริงอย่างที่บ้านและครอบครัว   แล้วทำไม? พวกเราจึงไม่คิดที่จะปฏิรูปการศึกษาโดยเริ่มจากที่บ้าน (กล่าวย้ำครั้งที่ 2) และบ้านหรือครอบครัวในที่นี้ผู้เขียนรวม หมายถึง ชุมชน หมู่บ้าน องค์กรในชุมชน อบต. เทศบาล เป็นต้น  หากจะถามต่อว่า เราในฐานะบุคลากรทางการศึกษาที่มีทั้งนักบริหาร นักวิชาการ ครูอาจารย์ วิทยากรต่างๆ จะเป็นพระรองในอันที่จะสนับสนุนการจัดกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิต ในรูปแบบการศึกษาตามอัธยาศัยโดยใช้ครอบครัวเป็นพระเอกบ้านเป็นฐานการเรียนรู้ที่แท้จริงได้เช่นไร? ก็เป็นสิ่งที่ท้าทายพวกเราและผู้ที่มีส่วนร่วมจัดการศึกษา ขอได้พยายามปฏิรูปตนเอง ปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปการเรียนรู้ ตาม พ.ร.บ. การศึกษาแห่งขาติให้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนให้ได้การปฏิรูปการศึกษาตลอดชีวิตจะไม่มีความหมายเลยหากยึดติดการกระทำแบบเก่าเดิมๆ หรือยึดติดว่าข้าทำดีที่สุดไม่มีใครทำได้ดีเท่าหรือทำได้ดังเช่นข้า ควรเปิดโลกทัศน์ตนเองให้กว้างมากขึ้น การปฏิรูปการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่อยู่ในมือชาว กศน.จะมีความหมายที่แท้จริง จะต้องเป็นการศึกษาที่มุ่งจัดการศึกษาเพื่อหาความสุขของผู้เรียนเป็นหลักนั่นแหละ คือการศึกษาที่ได้รับการปฏิรูปให้เป็นสวรรค์ในชีวิตของคนแต่ละคนอย่างสอดคล้องเหมาะสมกลมกลืนกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปให้ได้และให้เหมาะสมกับชื่อองค์กรที่จะเกิดขึ้นใหม่อีกไม่นานนัก

                สรุปส่งท้าย ไม่มีที่แห่งใดจะมีสุขเหมือนสุขที่อยู่บ้านอยู่กับครอบครัวของเรา และคงไม่มีใครจะปฏิเสธได้ว่าจุดมุ่งหมายของการมีชีวิตก็คือ การมีความสุข การหาความสุข ซึ่งหมายถึงการแสวงหาความสนใจในชีวิต ดังนั้นการศึกษาก็ควรเป็นการเตรียมตัวเพื่อการมีชีวิตที่มีความสุข ฝากการบ้านเป็นข้อขบคิดก่อนจบ พวกเรา (ขอมีส่วนร่วม) จะมีวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่แท้จริงโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ใช้ครอบครัวหรือบ้านเป็นฐานการเรียนรู้ได้เช่นไร? หรือจะเปลี่ยนชื่อ บ้านครูเป็นบ้านเราก็ย่อมได้ตามอัธยาศัย (การศึกษาตามอัธยาศัย) คือปล่อยเป็นไปตามธรรมชาติ ธรรมชาติก็คือชีวิต ชีวิตก็คือ การศึกษาที่แท้จริง

 



เข้าชม : 285


บทความทั่วไป 5 อันดับล่าสุด

      บ้านครู : ศูนย์การเรียนรู้ที่แท้จริง 23 / ม.ค. / 2560
      ก้าวใหม่ของผู้บริหารต้องบูรณาการวิธีคิด 19 / ม.ค. / 2560
      ข่าวการศึกษา 18 / ม.ค. / 2560
      เป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า “การอ่าน” คือการเปิดประตูสู่โลกกว้าง 19 / ม.ค. / 2554
      เลี้ยงไก่ไข่ด้วยอีแวป...ทำไบโอแก๊สลดค่าใช้จ่าย 3 / ธ.ค. / 2551